Get Adobe Flash player

บ้านสิทธิดา ศูนย์พัฒนาเด็กพิการ

บ้านสิทธิดา ศูนย์พัฒนาเด็กพิการ

สถานที่อบรม-สัมมนา

ศูนย์ภาวนา"ทาบอร์" จ.กาญจนบุรี
บ้าน"เย็นเนซาเร็ธ" จ.เพชรบุรี
ค่ายลูกเสือดรุณาเฉลิมพระเกียรติ

สถิติการเยี่ยมชม

02525059
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
157
1584
10251
29432
61456
2525059
Your IP: 34.237.51.159
2019-12-13 02:42

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn

กฎหมายพระศาสนจักรในมือฆราวาส โดย คุณพ่อไพยง  มนิราช
เรื่องที่ 4 การเป็นพยานถึงพระคริสต์ในชีวิตของฆราวาส
4.1  การเป็นพยานถึงพระคริสต์ในชีวิตของฆราวาสตามประมวลกฎหมายพระศาสนจักร

ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 225 วรรค 2 กล่าวว่า "ฆราวาสแต่คนมีหน้าที่พิเศษตามสถานภาพของตนในการทำให้ระเบียบของกิจการฝ่ายโลก ซึมซาบและสมบูรณ์ไปด้วยจิตตามรมณ์แห่งพระวรสาร ดังนั้น พวกเขาจึงเป็นพยานถึงพระคริสต์ในลักษณะพิเศษ โดยการประกอบธุรกิจรวมทั้งโดยการฏิบัติหน้าที่ฝ่ายโลกนั่นเอง"

        นัยของกฎหมายมาตรากฎหมายมาตรานี้สามารถสรุปเป็นประเด็นหลักดังนี้

         4.1.1       ฆราวาสทุกคนมีหน้าที่ทำงานแพร่ธรรมด้วยการดำเนินชีวิตประจำวันของแต่ละคนอย่างดี

         4.1.2       ฆราวาสทุกคนต้องสะท้อนข่าวดีแห่งพระวรสารไปยังเพื่อนพี่น้องด้วยการดำเนินชีวิตประจำวัน

         4.1.3       ฆราวาสต้องเป็นพยานถึงพระคริสต์ตามฐานะ หน้าที่ อาชีพ และความรับผิดชอบต่างๆในสังคม

                      การเป็นพยานถึงพระคริสต์ในชีวิตฆราวาส นอกจากด้วยการดำเนินชีวิตของแต่ละคนแล้ว ยังต้องเป็นพยานในรูปแบบเป็นกลุ่มสมาคมหรือองค์กรสถาบัน ดังปรากฏอยู่ในกฎหมายของพระศาสนจักรมาตรา 298 วรรค 1 ดังนี้ "ในพระศาสนจักรที่มีสมาคมที่แตกต่างจากสถาบันชีวิตที่ถวายแล้วและคณะชีวิตที่แพร่ธรรม ซึ่งในสมาคมเหล่านี้ คริสตชนไม่ว่าจะเป็นสมณะหรือฆราวาสหรือทั้งสมณะและฆราวาสพร้อมกัน พยายามรวมกันที่จะฟูมฟักชีวิตให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และส่งเสริมคารวกิจสาธารณะและคำสอนคริสตชน หรือเพื่อปฏิบัติงานแพร่ธรรมอื่นๆ เช่น การประกาศพระวรสารที่ได้เริ่มแล้ว การดำเนินกิจกรรมด้านความศรัทธาหรือกิจเมตตาและเพื่อปลุกสังคมโลกให้มีจิตตารมณ์คริสตชน"

 

นัยของกฎหมายมาตรา 298 วรรค 1 นี้ คือ

 

        ก)      สมาคมที่เป็นพยานถึงพระคริสต์ในพระศาสนจักรมีทั้งรูปแบบของสมณะหรือฆราวาสและรวมกันระหว่างสมณะและฆราวาส

        ข)      สมาคมที่เป็นพยานถึงพระคริสต์อาจต้องมีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ในเรื่องการถวายคารวกิจ พิธีกรรม สอนคำสอนกิจเมตตา โดยมุ่งปลุกสังคมให้มีจิตตารมณ์แห่งพระวรสาร

 

          กฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 298 วรรค 2 กล่าวถึงสมาคมที่เป็นพยานถึงพระคริสต์เป็นอย่างไรดังนี้ "คริสตชนควรสมัครเป็นสมาชิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมาคมที่ได้รับการตั้งขึ้น หรือได้รับการยกย่อง หรือได้รับการแนะนำโดยผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจพระศาสนจักร"

นัยของกฎหมายมาตรา 298 วรรค 2 คือ

         ก)      เชิญชวนให้คริตชนทุกคนทั้งสมณะและฆราวาสเป็นพยานถึงพระคริสต์โดยการเข้าสังกัดสมาคม เป็นการทำงานตามกฎหมายมาตรา 298 วรรค 1 ในรูปแบบกลุ่ม สมาคม องค์กร ซึ่งช่วยให้เราดำเนินชีวิตตามความเชื่อ ประกาศพระวรสารถึงพะคริสตเจ้าได้เป็นอย่างดี มีระบบและมั่นคงกว่าการเป็นพยานด้วยตัวเองตามลำพัง

         ข)      สาคม องค์กร หรือกลุ่มต่างๆที่จะเข้าสังกัด ฆราวาสต้องตรวจดูว่าสมาคม องค์กร หรือกลุ่มศรัทธานั้นได้รับการรับรอง แนะนำและยอมรับจากพระสันตะปาปาหรือสังฆราชประจำสังฆมณทลแล้ว เพราะพระศาสนจักรเป็นมารดาผู้รอบคอบ ดูแลความเชื่อและการแสดงออกให้ถูกต้องเสมอ

 

          ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 327 กล่าวถึงกฎเกณฑ์ของสมาคมฆราวาสที่เป็นพยานถึงพระคริสต์ว่า "คริสตชนฆราวาสต้องให้ความสำคัญอย่างมากต่อสมาคมต่างๆที่ตั้งขึ้นเพื่อจุดประสงค์ฝ่ายจิต ดังที่กล่าวไว้ในมาตรา 298 และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมาคมที่มุ่งทำให้ระเบียบฝ่ายจิตตารมณ์คริสตชน และโดยวิธีนี้ก็ส่งเสริมความเชื่อและชีวิตให้สนิทเป็นหนึ่งเดียวอย่างแนบแน่นยิ่งขึ้น"

นัยแห่งกฎหมายมาตรา 327 คือ

           ก)      ฆราวาสต้องสนใจ และใส่ใจเข้าเป็นสมาชิกหรือผู้สนับสนุนสมาคม องค์กรคาทอลิกที่พระศาสนจักรตั้งขึ้นหรือรับรอง

           ข)      ฆราวาสจะมีโอกาสพัฒนาชีวิตสนิทสัมพันธ์กับพระเป็นเจ้าด้วยกิจกรรมต่างๆที่จะทำในสมาคม

           ค)      ฆราวาสที่กระทำกิจเมตตาและกิจศรัทธาในสมาคม นั่นคือการเป็นพยานถึงพระคริสต์ในชีวิตของตน

           ง)      ฆราวาสที่เข้าสังกัดสังคมสมาคมหรือองค์กรใดๆ เขาจะได้ทำหน้าที่ตามสิทธิที่เขาได้รับมาจากศีลล้างบาป

 

          ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 768 วรรค 2 กล่าวถึงการเทศน์สอนพระวาจาพระเจ้าด้วยการเป็นพยานถึงพระคริสต์ด้วยชีวิตของแต่ละคนตามฐานะและหน้าที่ดังนี้ "ยังต้องถ่ายทอดให้สัตบุรุษรู้คำสอน ซึ่งอำนาจสอนของพระศาสนจักรเสนอเกี่ยวกับศักดิ์ศรีและเสรีภาพของบุคคลมนุษย์ เอกภาพและความมั่นคงรวมทั้งหน้าที่ของครอบครัว หน้าที่ที่มนุษย์อยู่ร่วมกันในสังคมมีต่อกัน และการจัดการเรื่องฝ่ายโลกตามระเบียบที่พระเป็นเจ้าทรงสถาปนาไว้"

 

4.2 การเป็นพยานถึงพระคริสต์ในชีวิตฆราวาสตามคำสอนของสังคายนาวาติกันที่ 2

 

          4.2.1  พระธรรมนูญว่าด้วยพระศาสนจักร (LUMEN GENTIUM) ข้อ 31 ที่กล่าวสอนให้ฆราวาสเป็นพยานถึงพระคริสตเจ้าด้วยการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างดีดังนี้ "เป็นหน้าที่เฉพาะของพวกฆราวาส เนื่องจากเป็นกระแสเรียกเฉพาะของพวกเขาที่จะแสวงหาพระราชัยของพระเป็นเจ้า เฉพาะอย่างยิ่งโดยเอาธุระเกี่ยวข้องกับข้าวของของโลกนี้และจัดระเบียบให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า เขาดำรงชีพอยู่ในโลก หมายความว่า มีหน้าที่ มีงานทุกอย่างและแต่ละอย่างในโลก เขาอยู่ในฐานะปกติธรรมดาของชีวิตครอบครัวและสังคมการเป็นอยู่ของพวกเขา จากฐานะต่างๆเหล่านี้ ทอเป็นผืนผ้าทีเดียวก็ว่าได้ เพราะเขาอยู่ในฐานะหน้าที่อย่างนี้แหละ พระเป็นเจ้าจึงทรงเรียกร้องให้เขาใช้การปฏิบัติหน้าที่ของเขา ให้เขาดำเนินชีวิตตามจิตตารมณ์ของพระวรสาร เขาจึงจะได้ก่อให้เกิดประโยชน์บันดาลความศักดิ์สิทธิ์แก่โลก เขาเป็นดังเชื่อแป้งที่ออกมาจากภายในตัวเขาก็ว่าได้ และดังนี้เมื่อเขาส่องแสงเรืองรองด้วยชีวิต (การครองชีพ) ของเขาเป็นต้นด้วยความเชื่อ ความไว้ใจและความรัก เขาจะเผยให้คนอื่นทั้งหลายแลเห็นพระคริสต์เจ้า ฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ในลักษณะพิเศษของฆราวาส ที่จะส่องสว่างเข้าไปในข้าวของต่างๆของโลกนั้นเกิดมีขึ้น และเจริญงอกงามขึ้นตามพระคริสตเจ้าเรื่อยๆไป และจะเป็นการซ้องสาธุการพระผู้สร้างและพระผู้ไถ่อีกด้วย"

          4.2.2  พระสมณกฤษฏีกาว่าด้วยการแพร่ธรรมของฆราวาส (APOSTOLICAM ACTUOSITATEM) ข้อ 7 กล่าวสอนถึงการเป็นพยานถึงพระคริสต์ในชีวิตของฆราวาสด้วยการดำเนินชีวิตปกติตามฐานะและหน้าที่ ตามจิตตามรมณ์ของพระศาสนจักร ดังนี้ "ฆราวาสต้องถือว่า การฟื้นฟูคติโลกเป็นหน้าที่เฉพาะของตนเอง ฆราวาสเมื่อรู้เห็นแจ้งโดยอาศัยความสว่างแห่งพระวรสารและมีจิตตามรมย์ของพระศาสนจักรกับความรักต่อเพื่อนมนุษย์แบบคริสตชนผลักดันไป ก็ต้องลงมือปฏิบัติงานในเรื่องนี้ด้วยตนเองและด้วยใจที่แน่วแน่เด็ดเดี่ยวในฐานะพลเมือง ฆราวาสร่วมมือกับพลเมืองอื่นๆตามความสามารถพิเศษ โดยรับเอาส่วนที่เป็นความรับผิดชอบของตน และต้องแสวงหาความยุติธรรมแห่งพระราชัยของพระเป็นเจ้าในที่ทั่วไปและในกิจการทุกอย่าง ต้องฟื้นฟูคติโลกในแบบที่ยังเคารพปฏิบัติให้ถูกกฎโดยเฉพาะของมัน การทางฝ่ายโลกนั้นก็ยิ่งจะถูกต้องตรงกับหลักเกณฑ์อันสูงกว่าของชีวิตแบบคริสตชน และเข้ากับสภาพต่างๆของสถานที่ เวลาและหมู่ชน ในบรรดางานต่างๆของการแพร่ธรรมนี้ งานสังคมของคริสตชนนับเป็นงานที่เด่นที่สุด สภาสังคายนาปรารถนาจะเห็นงานนี้แผ่ขยายไปในวงงานฝ่ายโลกทั่วไปรวมทั้งด้านวัฒนธรรมด้วย"

          4.2.3  พระสมณกฤษฎีกาเรื่องงานธรรมทูตแห่งพระศาสนจักร (Ad GENTES) ข้อ 21 กล่าวถึงงานแพร่ธรรมของฆราวาสด้วยการเป็นพยานถึงพระคริสต์ ความว่า "หน้าที่สำคัญของฆราวาสทั้งหญิงและชาย ก็คือการเป็นองค์พยานประกาศพระคริสตเจ้า ซึ่งเขาต้องทำด้วยการดำรงชีวิตและคำพูดในครอบครัว ในกลุ่มสังคม และในวงงานอาชีพ เพราะว่าในตัวเขาเหล่านั้นจะต้องปรากฏตัวมนุษย์คนใหม่ซึ่งสร้างขึ้นด้วยความเที่ยงธรรม และความศักดิ์สิทธิ์อันแท้จริงตามแบบพระเป็นเจ้า (อฟ 4:24) เขาต้องสำแดงให้เห็นชีวิตใหม่ในวงสังคมและวัฒนธรรมของบ้านเมืองตามประเพณีนิยมของชาติ เขาต้องรู้จักวัฒนธรรมที่กล่าวนี้ ต้องชำระให้บริสุทธิ์บำรุงรักษาให้งอกงามตามสถานการณ์ใหม่ ทำให้สมบูรณ์ดีพร้อมในพระคริสตเจ้า แล้วดังนี้ ความเชื่อถือพระคริสตเจ้ากับชีวิตของพระศาสนจักรก็ไม่ใช่สิ่งที่สังคมซึ่งเขามีชีวิตอยู่ไม่รู้จักอีกต่อไป แต่ละซึมซาบเข้าไปในสังคม และทำให้สังคมนั้นเปลี่ยนแปลงไป"

 

 

4.3 คำสอนของพระสันตะปาปาในเรื่องการเป็นพยานถึงพระคริสต์ในชีวิตของฆราวาส

       4.3.1       พระสมณสารเรื่องการประกาศพระวรสารในโลกปัจจุบันโดยพระสันตะปาปาปอลที่ 6 (EVANGELII NUNTIANDI) ข้อ 21 กล่าวถึงการเป็นองค์พยานด้วยแบบดำรงชีวิตมีความสำคัญเป็นอันดับแรก ความว่า "ก่อนอื่นเราต้องประกาศพระวรสารด้วยการเป็นองค์พยาน เช่น คริสตชนคนหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่งที่ดำรงชีวิตอยู่ในประชาคมของตน แสดงให้เห็นว่าสามารถจะเข้าใจและเห็นคล้อยตาม มีชีวิตและมีชะตากรรมร่วมกับคนอื่น ร่วมมือช่วยเหลือทุกคนในการทุกอย่างที่ดีและน่านิยม นอกจากนั้น เขายังแสดงให้เห็นอย่างซื่อๆและไม่แสร้งทำว่ามีความเชื่อถึงคุณค่าที่อยู่เหนือสิ่งมีค่าโดยทั่วไป อีกทั้งมีความหวังในสิ่งหนึ่ง ซึ่งแลไม่เห็นและไม่มีใครกล้านึกฝันถึง เมื่อเป็นองค์พยานโดยไม่ต้องพูดเช่นนี้ คริสตชนดังกล่าวก็ทำให้คนที่เห็นเขาดำรงชีวิต อดมิได้ที่จะถามว่า "ทำไมเขาถึงเป็นเช่นนี้ ทำไมเขาจึงดำรงชีวิตแบบนี้ อะไรหรือใครเป็นแรงดลบันดาลใจเขา ทำไมเขาจึงมาอยู่กลางหมู่พวกเรา" การเป็นองค์พยานเช่นนี้นับเป็นการประกาศข่าวประเสริฐแล้ว เป็นการประกาศอย่างเงียบๆแต่เป็นการประกาศที่มีพลังและเกิดผล นี่คือประกาศพระวรสารเบื้องต้น"

       4.3.2       พระสมณสารเรื่องครอบครัวคริสตชนในโลกปัจจุบันโดยเฉพาะพระสันตะปาปายอห์น ปอลที่ 2 (FAMILIARIS CONSORTIO) ข้อ 84 กล่าวถึงครอบครัว คริสตชนต้องเป็นพยานถึงพระคริสต์ความว่า "ครอบครัวคริสตชนมีหน้าที่พิเศษ คือ ต้องเป็นประจักษ์พยานถึงพันธสัญญาของพระคริสตเจ้าในรหัสธรรมปัสกาของพระองค์ โดยการเผยแพร่ความปลื้มปีติแห่งความรักและความหวังอันแนวแน่ซึ่งครอบครัวจะต้องสามารถอธิบายถึงเหตุผลให้ผู้อื่นเข้าใจได้ "ครอบครัว คริสตชนประกาศให้รู้ถึงคุณค่าของพระอาณาจักรของพระเป็นเจ้าสำหรับโลกปัจจุบัน รวมถึงความหวังอันแน่วแน่ในชีวิตแห่งความบรมสุข"

      4.3.3       พระสมณสารเรื่องพระพันธกิจขององค์พระผู้ไถ่โดยพระสันตะปาปายอห์น ปอลที่ 2 (REDEMTORIS MISSIO) ข้อ 42 กล่าวถึงรูปแบบแรกของการแพร่พระวรสาร คือการเป็นประจักษ์พยานความว่า "มนุษย์ร่วมสมัยของเราเชื่อในประจักษ์พยานมากกว่าในตัวพระศาสดา เชื่อในประสบการณ์มากกว่าหลักคำสอน เชื่อในชีวิตและข้อเท็จจริงมากกว่าในทฤษฎี รูปแบบแรกของการแพร่ธรรมคือการเป็นประจักษ์พยานถึงชีวิตคริสตชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทดแทนกันไม่ได้ พระคริสต์ซึ่งเรากำลังสืบทอดพันธกิจการแพร่ธรรมของพระองค์อยู่นี้ก็ทรงเป็น "องค์ประจักษ์พยาน" ชั้นบอด (วว1:5,3:14)และทรงเป็นแบบฉบับแห่งการเป็นประจักษ์พยานของคริสตชน พระจิตเจ้าทรงร่วมทางเคียงข้างพระศาสนจักรในการก้าวเดินตลอดมา และทรงโปรดให้พระศาสนจักรมีส่วนร่วมในการเป็นประจักษ์พยานของพระองค์ถึงพระคริสต์ด้วย (ยน 15:26-27)

 

                    รูปแบบแรกของการเป็นประจักษ์พยาน คือชีวิตของธรรมทูตเอง คือชีวิตครอบครัวคริสตชนและชุมชนพระศาสนจักร ซึ่งแสดงให้เห็นวิธีการดำเนินชีวิตแบบใหม่ ธรรมทูตผู้ซึ่งดำเนินชีวิตแบบเรียบง่ายตามแบบฉบับพระคริสต์ แม้จะมีข้อจำกัดและข้อบกพร่องประสามนุษย์ ก็ยังเป็นเครื่องหมายของพระเจ้าและความเป็นจริงโพ้นธรรมชาติ แต่ทุกคนในพระศาสนจักร พร้อมๆกับที่พยายามเลียนแบบพระอาจารย์เจ้าก็สามารถและสมควรจะเป็นประจักษ์พยานดังกล่าว"

ค้นหาภายในเว็บ

สารสังฆมณฑลฉบับล่าสุด

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทประจำมิสซา-ordomissae

เพลงสาธุการ

เพลงสาธุการ

แผนปฏิบัติงาน 2016-2020

แนะนำเว็บดีดี

 
www.vatican.va
เว็บข่าววาติกัน www.news.va
เว็บไซต์วิทยาลัยแสงธรรม
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
logo_litugy
กระบวนการฟื้นฟูศิษย์พระคริสต์
www.popereport.com
DOWNLOAD BIBLE PROGRAM
วิถีชุมชนวัด BEC

แม่พระแบบฉบับและตัวอย่างฯ

 

น้ำดื่มมิสซิอองน์

น้ำดื่ม "มิสซิอองน์" ผลิตโดยศูนย์มิสซังคาทอลิกเขตราชบรี

น.อักแนส เกษตรอินทรีย์

อักแนสเกษตรอันทรีย์