Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn

ข่าวดีสมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์
ข่าวดีสมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์

(24 พฤษภาคม 2020)  

ก.ความสำคัญ
    1.วันนี้บทอ่านเล่าเรื่องพระเยซูเสด็จสู่สวรรค์หลังจากที่ได้ทรงสัญญากับบรรดาอัครสาวกว่าจะทรงส่งพระจิตผู้ทรงเป็นพลังจากสวรรค์มาให้พวกเขา และทรงสั่งให้พวกเขาออกไปเป็นประจักษ์พยานถึงข่าวดีด้วยการดำเนินชีวิตและการเทศน์สอนทั่วทั้งโลก พระเยซูผู้ทรงเสด็จสู่สวรรค์ทรงสัญญากับบรรดาอัครสาวกว่า“เราอยู่กับท่านทุกวันตลอดไปตราบจนสิ้นพิภพ”  และทรงรักษาสัญญาโดยการประทับอยู่ของพระจิต วันนี้จึงเป็นสมโภชพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเยซูเจ้าหลังจากที่ทรงรับทนทรมานและความตาย เป็นสิริรุ่งโรจน์ที่เราเองก็หวังจะได้รับเช่นเดียวกัน

ข.พระคัมภีร์และคำสอน
         
1.บทอ่านที่หนึ่ง (กจ. 1:1-11)   หนังสือกิจการอัครสาวกได้บรรยายเหตุการณ์การเสด็จสู่สวรรค์ของพระเยซูเจ้าต่อหน้าต่อตาบรรดาอัครสาวกและทรงสัญญาจะส่งพระจิตให้เสด็จลงมา พระองค์ทรงสั่งพวกเขาให้รออยู่ที่กรุงเยรูซาเล็มจนกว่าพวกเขาจะได้รับพระจิตเจ้า ซึ่งจะเป็นพลังฝ่ายจิตของพวกเขา

         2.บทอ่านที่สอง (อฟ.1:17-23) นักบุญเปาโลภาวนาวอนขอพระจิตเจ้าให้ทรงจุดประกายความหวังของบรรดาศิษย์พระคริสต์ในพระสิริรุ่งโรจน์ในเมืองสวรรค์ โดยภาวนาว่า “ขอพระองค์โปรดให้ตาแห่งใจของท่านสว่างขึ้นเพื่อจะได้รู้ว่าพระองค์ทรงเรียกท่านให้มีความหวังประการใด และความรุ่งเรืองที่บรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์จะได้รับ” นักบุญเปาโลยังได้สอนเราว่าพระเจ้าทรงเผยแสดงพระฤทธานุภาพของพระองค์ในการกลับคืนชีพและการเสด็จสู่สวรรค์ของพระบุตรพระเยซูคริสต์ และทรงยกพระเยซูให้อยู่เหนือกว่าพลังอำนาจของทูตสวรรค์ใด ๆ

          3.พระวรสาร (มธ. 28:16-20) บอกเราว่า เมื่อพระเยซูทรงประทับอยู่ ณ เบื้องขวาของพระบิดาแล้ว พระองค์ทรงกระทำพันธกิจของพระองค์บนโลกสำเร็จบริบูรณ์แล้ว แต่ก่อนที่พระองค์จะเสด็จสู่สวรรค์ พระองค์ทรงมอบหมายพันธกิจให้บรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ออกไปเทศนาสั่งสอนข่าวดีและเผยแพร่คำสอนของพระองค์ด้วยการดำเนินชีวิตที่ดีเป็นประจักษ์พยานต่อข่าวดีนั้น เรื่องราวของพระเยซูคริสต์หลังจากการฟื้นคืนชีพนั้น ทำให้เรารู้ล่วงหน้าถึงชีวิตในเมืองสวรรค์ แต่ในการเสด็จสู่สวรรค์ทำให้เราเห็นว่าพระบุตรของพระเจ้าและบุตรของมนุษย์ได้เข้าร่วมในชีวิตและพระสิริมงคลของพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม ความเป็นจริงในเรื่องการมีส่วนร่วมในพระสิริรุ่งโรจน์นี้ควรที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนชีวิตของเรา

ค.ปฏิบัติ

       1. “ประกาศข่าวดี” ในฐานะคริสตชน เราจำเป็นต้องเป็นผู้เทศน์สอนและผู้ประกาศข่าวดี ความแตกต่างระหว่างการเทศน์สอนกับการประกาศข่าวดี คือ เราเทศน์สอนด้วยคำพูด และเราประกาศด้วยการดำเนินชีวิต ให้เราวอนขอพระจิตเจ้าเพื่อให้เราสามารถดำเนินชีวิตเป็นประจักษ์พยานของพระเยซูโดยดำเนินชีวิตคริสตชนที่โปร่งใส ไม่มีที่ตำหนิ บริสุทธิ์ ตรวจสอบได้

       2. “ยึดพระเยซูเป็นแบบอย่าง” พระเยซูทรงสอนเรื่องความเชื่อศรัทธา ความหวัง ความรัก การให้อภัย ความเมตตาและความรอดพ้นจากบาป ทั้งด้วยการดำเนินชีวิตและด้วยคำพูด พันธกิจของเราคือนำคำสอนเหล่านี้ออกไปมอบให้ผู้อื่นในลักษณะเดียวกัน คือ ให้เราเรียนรู้ทุกสิ่งที่พระเยซูทรงกระทำและทรงสอนโดยผ่านทางการอ่านพระคัมภีร์ประจำวัน ศึกษาคำสอนของพระศาสนจักร มีประสบการณ์สัมผัสพระเจ้าเป็นการส่วนตัวด้วยการภาวนา การเข้ารับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ และการทำกิจเมตตา โดยอาศัยความช่วยเหลือจากพระจิตเจ้า

        3. “รับแรงบันดาลใจ” การเสด็จสู่สวรรค์ของพระเยซูเจ้าเป็นบ่อเกิดของพละกำลังและความเข็มแข็ง เราจะเอาชนะความสงสัย ความกระวนกระวายใจเกี่ยวกับความเชื่อศรัทธาของเราและทำลายความกลัว ความกังวล และความทุกข์ยากต่าง ๆ โดยการรำพึงถึงการเสด็จสู่สวรรค์ของพระเยซูซึ่งเป็นบทสอนและแรงบันดาลใจว่าเราก็จะได้มีส่วนในสิริรุ่งโรจน์ในเมืองสวรรค์เช่นเดียวกับพระองค์