Get Adobe Flash player

บ้านสิทธิดา ศูนย์พัฒนาเด็กพิการ

บ้านสิทธิดา ศูนย์พัฒนาเด็กพิการ

สถานที่อบรม-สัมมนา

ศูนย์ภาวนา"ทาบอร์" จ.กาญจนบุรี
บ้าน"เย็นเนซาเร็ธ" จ.เพชรบุรี
ค่ายลูกเสือดรุณาเฉลิมพระเกียรติ

สถิติการเยี่ยมชม

02522462
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
904
1734
7654
26835
61456
2522462
Your IP: 34.225.194.144
2019-12-11 12:27

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn

กฎหมายพระศาสนจักรในมือฆราวาส โดย คุณพ่อไพยง  มนิราช
เรื่องที่ 10 การอบรมพัฒนาและสวัสดิการของฆราวาส
10.1
การอบรมพัฒนาของฆราวาสตามประมวลกฎหมายพระศาสนจักร 

             กฎหมายพระศานจักรมาตรา 231 วรรค 1 กล่าวว่า “ฆราวาสผู้อุทิศตนอย่างเป็นถาวรหรือแบบครั้งคราวในการรับใช้พระศาสนจักรอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นพิเศษ ต้องได้รับการอบรมอย่างเหมาะสม ที่จำเป็นเพื่อปฎิบัติหน้าที่ของเขาอย่างถูกต้องและต้องปฏิบัติหน้าที่มีจิตสำนึก กระตือรือร้นและขยันขันแข็ง”
           นัยแห่งกฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 231 วรรค 1 คือ  
          ก) ฆราวาสผู้อุทิศตนไม่ว่าแบบใดต้องได้รับการอบรมพัฒนาอย่าง เหมาะสม   
          ข) จุดหมายของการอบรม คือ    ข.1 เพื่อปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้อง   
                                                    ข.2 เพื่อให้เกิดจิตสำนึก กระตือรือร้นและขยันขันแข็งในการปฏิบัติหน้าที่ 

 

               ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรที่เกี่ยวข้องกับการอบรมพัฒนา มีดังนี้
               10.1.1 กฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 228 วรรค 1 กล่าวว่า “ฆราวาสที่มี คุณสมบัติเหมาะสม สามารถรับตำแหน่งและหน้าที่ฝ่ายพระศาสนจักรจากนายชุมพาบาลผู้ศักดิ์สิทธิ์ของเขา ซึ่งตำแหน่งและหน้าที่ดังกล่าว เขาสามารถปฏิบัติได้ตามข้อกำหนดของกฎหมาย”

               10.1.2 กฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 217 กล่าวว่า “เนื่องจากคริสตชนได้รับเรียกโดยศีลล้างบาปให้ดำเนินชีวิตสอดคล้องกับคำสอนของพระวรสาร จึงมีสิทธิ์ที่จะได้รับการศึกษาแบบคริสตชน เพื่อจะได้เรียนรู้อย่างเหมาะสมถูกต้อง เพื่อบรรลุถึงวุฒิภาวะของความเป็นบุคคล และในเวลาเดียวกัน เพื่อจะรู้และเจริญชีวิตตามรหัสธรรมแห่งความรอด” 

               10.1.3 กฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 229 วรรค 1 กล่าวว่า “ฆราวาสในพันธะ หน้าที่และสิทธิที่จะศึกษาหาความรู้ในคำสอนคริสตศาสนาตามความ สามารถและตามสภาพของตน เพื่อสามารถเจริญชีวิตสอดคล้องกับคำสอนนั้น และเพื่อสามารถประกาศ และถ้าจำเป็นก็สามารถป้องกันคำสอนนั้น ทั้งยังสามารถรับบทบาทในการแพร่ธรรมอีกด้วย”

               10.1.4 กฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 387 กล่าวว่า “เนื่องจากพระสังฆราชสังฆ มณฑลระลึกอยู่เสมอว่า ท่านเองต้องเป็นแบบอย่างด้านความศักดิ์สิทธิ์ ความเมตตากรุณา ความสภาพถ่อมตน และการดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย ท่านจึงต้องพยายามทุกวิถีทางที่จะส่งเสริมคริสตชนให้มีความศักดิ์สิทธิ์ตามกระแสเรียกของตน เนื่องจากท่านเป็นผู้แจกจ่ายรหัสธรรมของพระเป็นเจ้าอันดับแรก ท่านต้องพยายามอย่างสม่ำเสมอให้คริสตชนที่ท่านรับมอบให้ดูแลเจริญเติบโตในพระหรรษทาน โดยอาศัยการประกอบพิธีอันศักดิ์สิทธิ์และพยายามให้คริสตชนเข้าใจและดำเนินชีวิตในรหัสธรรมปัสกาด้วย”

 

10.2 ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรเกี่ยวกับสวัสดิการของฆราวาส  
              กฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 231 วรรค 2 กล่าวว่า “โดยยังต้องยึดถือตามกฎหมายมาตรา 230 วรรค 1 พวกเขามีสิทธิ์รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับสภาพของเขา กล่าวคือ ค่าตอบแทนนั้นยังสามารถจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับความต้องการของตนและครอบครัวอย่างสมศักดิ์ศรีโดยคำนึงถึงข้อกฎหมายบ้านเมืองด้วย เช่นเดียวกันพวกเขามีสิทธิ์รับบำเหน็จบำนาญการประกันสังคมและการช่วยเหลือด้านสุขภาพ”

 

                 นัยแห่งกฎหมายมาตรา 231 วรรค 2 คือฆราวาสผู้ทำงานให้พระศาสนจักรต้องได้รับ
                 ก) การอบรมพัฒนาตามกฎมาตรา 231 วรรค 1
                 ข) ค่าตอบแทนหรือเงินเดือนที่เหมาะสมและความยุติธรรมตามกฎหมายแรงงาน
                 ค) สวัสดิการประกันสังคมตามกฎหมายประกันสังคม
                 ง) บำเหน็จบำนาญ

 

ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการของฆราวาส มีดังนี้ 
             10.2.1 กฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 22 กล่าวว่า “กฎหมายบ้านเมือง ส่วนที่ พระศาสนจักรให้ยึดถือนั้น ให้นำมาปฏิบัติในกฎหมายพระศาสนจักรพร้อมกับผลอันเดียวกัน ตราบเท่าที่ไม่ขัดกับกฎพระเจ้า และเว้นไว้แต่ว่ากฎหมายพระศาสนจักรได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น”

             10.2.2 กฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 1286 กล่าวว่า “ผู้บริหารทรัพย์สินฝ่ายโลก 1. ในการจ้างแรงงานต้องปฏิบัติอย่างละเอียดถี่ถ้วนตามหลักการ ที่พระศาสนจักรสั่งสอน และตามกฎหมายบ้านเมืองที่เกี่ยวกับแรงงานและวิชาสังคมด้วย 2. ต้องจ่ายค่าจ้างเป็นธรรมและสมศักดิ์ศรีแก่คนงานที่ทำงานตามที่ตกลงกัน เพื่อให้เขาสามารถจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับตนเองและคนที่ขึ้นอยู่กับเขาได้อย่างเหมาะสม”

             10.2.3 กฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 222 วรรค 2 กล่าวว่า “คริสตชนทีหน้าที่ส่งเสริมความเป็นธรรมทางสังคมโดยสำนึกถึงคำสั่งสอนของพระคริสต์ มีหน้าที่ช่วยเหลือคนยากจนจากทรัพย์สินของตนด้วย”

             10.2.4 กฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 281 วรรค 1 กล่าวว่า “เมื่อสมณะได้อุทิศตนเพื่องานของพระศาสนจักร เขาก็สามารถได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับสถานภาพของเขา โดยพิจารณาทั้งในด้านหน้าที่การงานและสภาพของสถานที่และเวลา ค่าตอบนี้ควรเพียงพอสำหรับจ่ายเพื่อความจำเป็นของชีวิตตนเอง และเป็นค่าตอบแทนอย่างยุติธรรมแก่บุคคลที่รับใช้เขา”

 

10.3 คำสอนของสังคายนาวาติกันที่ 2 เกี่ยวกับการอบรมพัฒนาและสวัสดิการของฆราวาส

 

              10.3.1 พระสมณกฤษฎีกาว่าด้วยการแพร่ธรรมของฆราวาส (APOSTOLICAM ACTUOSITATEM) ข้อ 24 กล่าวว่า “ผู้อภิบาลสัตบุรุษควรต้อนรับฆราวาสเหล่านี้ด้วยความยินดีและรู้คุณ ควรจะเอาใจใส่ให้เขามีความเป็นอยู่ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ ตามที่ความยุติธรรม ความเที่ยงธรรมและความรักจะเรียกร้อง เฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวกับปัจจัยอันจำเป็นแก่การครองชีพของเขาและครอบครัว และยังควรจัดให้ฆราวาสเหล่านี้ได้รับการอบรม ความช่วยเหลือและเครื่องบำรุงในทางวิญญาณที่จำเป็นด้วย”

 

 

ค้นหาภายในเว็บ

สารสังฆมณฑลฉบับล่าสุด

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทประจำมิสซา-ordomissae

เพลงสาธุการ

เพลงสาธุการ

แผนปฏิบัติงาน 2016-2020

แนะนำเว็บดีดี

 
www.vatican.va
เว็บข่าววาติกัน www.news.va
เว็บไซต์วิทยาลัยแสงธรรม
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
logo_litugy
กระบวนการฟื้นฟูศิษย์พระคริสต์
www.popereport.com
DOWNLOAD BIBLE PROGRAM
วิถีชุมชนวัด BEC

แม่พระแบบฉบับและตัวอย่างฯ

 

น้ำดื่มมิสซิอองน์

น้ำดื่ม "มิสซิอองน์" ผลิตโดยศูนย์มิสซังคาทอลิกเขตราชบรี

น.อักแนส เกษตรอินทรีย์

อักแนสเกษตรอันทรีย์