Get Adobe Flash player

บ้านสิทธิดา ศูนย์พัฒนาเด็กพิการ

บ้านสิทธิดา ศูนย์พัฒนาเด็กพิการ

สถานที่อบรม-สัมมนา

ศูนย์ภาวนา"ทาบอร์" จ.กาญจนบุรี
บ้าน"เย็นเนซาเร็ธ" จ.เพชรบุรี
ค่ายลูกเสือดรุณาเฉลิมพระเกียรติ

สถิติการเยี่ยมชม

02757317
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
695
2276
9644
19351
54154
2757317
Your IP: 3.230.76.196
2020-04-10 09:22

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn

ข้อคิดวันอาทิตย์ โดย คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
ข่าวดีสัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต (22 มีนาคม 2020)
ตาบอดตาดี
ก. ความสำคัญ
       1.สัปดาห์ที่สี่เทศกาลมหาพรตนี้เรียกว่า “วันอาทิตย์แห่งความยินดี” (Laetare หรือ Rejoice Sunday) เป็นวันอาทิตย์ที่พระศาสนจักรแสดงออกถึงความยินดีก่อนที่จะฉลองการกลับคืนชีพขององค์พระผู้เป็นเจ้า บทอ่านในวันนี้เตือนเราว่าเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าเองที่ทรงประทานสายตาทั้งฝ่ายร่างกายและฝ่ายจิตใจเพื่อให้เราได้มองเห็นความเป็นจริงของชีวิตด้วยสายตาขอพระองค์ และยังสอนเราว่าเราต้องระมัดระวังตัวต่อสู้กับความมืดบอดฝ่ายจิตใจของเราอย่างเข้มแข็งและสม่ำเสมอ

ข.พระคัมภีร์และคำสอน           
      1. บทอ่านที่หนึ่ง (1ซมอ 16:1ข,6-7,10-13ก) เล่าเรื่องที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเลือกดาวิดบุตรของเจสซีให้เป็นกษัตริย์ ซึ่งในสายตาของซามูเอล ประกาศกที่พระเจ้าทรงใช้ไปเจิมแต่งตั้งยังไม่นึกว่าเด็กหนุ่มผมแดงจะเป็นผู้ที่เหมาะสมที่จะเป็นกษัตริย์ของอิสราเอล แต่พระเจ้าทรงสอนว่า “มนุษย์มองแต่รูปร่างภายนอก แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงมองจิตใจ”
      2. บทอ่านที่สอง (อฟ 5:8-14) นักบุญเปาโลเตือนชาวเอเฟซัสให้รับผิดชอบในฐานะที่เป็น “บุตรแห่งความสว่าง”ที่จะต้องดำเนินชีวิตด้วยความดี ความชอบธรรมและความจริง
      3. พระวรสาร (ยน 9:1,6-9,13-17,34-38) เล่าเรื่องพระเยซูเจ้าทรงทำอัศจรรย์เปิดดวงตาของคนตาบอดให้กลับมามองเห็นได้ เรื่องนี้สอนเราว่าเราแต่ละคนจำเป็นต้องเปิดดวงตาแห่งจิตใจของเราด้วยความเชื่อ และยังเตือนเราว่าใครที่บอกว่าตนเองเห็นความจริงแล้วมักจะเป็นคนตาบอด ในขณะที่คนที่ยอมรับว่าตนเองยังมืดบอดมักจะได้เห็นความแสงสว่างในจิตใจ เรื่องในพระวรสารนี้คนขอทานที่ตาบอดแต่กำเนิดได้รับแสงสว่างแห่งความเชื่อในพระเยซู ในขณะที่คนที่บอกตนเองว่ามีศาสนาและชาวฟารีสีคนที่รู้กฎหมายดียังคงเป็นคนที่มืดบอกฝ่ายจิตใจ การดำเนินชีวิตในฐานะคริสตชนคือการมองเห็น การมีสายตาที่ชัดเจนเกี่ยวกับพระเจ้า เกี่ยวกับตนเองและผู้อื่น การภาวนา การทำกิจเมตตา การพลีกรรมในระหว่างเทศกาลมหาพรตนี้จะช่วยรักษาความมืดบอดฝ่ายจิตใจของเราเพื่อให้เราจะได้สามารถมองเห็นผู้อื่นว่าเป็นบุตรของพระเจ้าเหมือนกับเราและรักพวกเขาได้เหมือนหนึ่งว่าเป็นพี่น้องชายหญิงของเราเอง
ค.ปฏิบัติ          
       1. “ยอมให้พระเยซูรักษา” เราต้องเปิดใจให้พระเยซูเข้ามารักษาเราให้หายจากความมืดบอดฝ่ายจิตใจของเรา เราทุกคนต่างมีจุดบอดด้วยกันทั้งนั้น ในชีวิตแต่งงาน ในการเป็นบิดามารดา นิสัยในการทำงาน ในบุคลิกภาพของเรา เรามักจะมืดบอดในการประทับอยู่ของพระตรีเอกภาพในตัวของเรา เรามักจะมืดบอดที่จะชื่นชมพระเจ้าในตัวของผู้อื่น บางครั้งเรามืดบอดกับความยากจน ความอยุติธรรม ความทุกข์ทรมานของคนที่อยู่รอบข้างเรา ให้เราระลึกไว้เสมอว่าพระเยซูเจ้าต้องการที่จะรักษาเราให้พ้นจากความมืดบอดของเรา  เราต้องวอนขอพระองค์ให้ขจัดรากเหงาของความมืดบอด นั้นคือ ความเห็นแก่ตัว ความโลภ ความฉุนเฉียว ความเกลียดชัง การอิจฉาริษยา ความลำเอียง การยึดติดในความชั่วร้าย

       2. “ทำความดีชดเชย” เราอาจจะผิดพลาดในการมองคนอื่นด้วยอคติต่างๆ ในเทศกาลมหาพรตนี้ขอให้เราได้ปรับปรุงตนเอง มองและชื่นชมคนอื่นด้วยใจจริงและพยายามทำความดีกับบุคคลที่เราเคยทำผิดต่อเขา แล้วความยินดีจะเกิดขึ้นกับเราอย่างแท้จริง

ค้นหาภายในเว็บ

เรื่องใหม่ในสัปดาห์

สารสังฆมณฑลฉบับล่าสุด

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทประจำมิสซา-ordomissae

เพลงสาธุการ

เพลงสาธุการ

แนะนำเว็บดีดี

 
www.vatican.va
เว็บข่าววาติกัน www.news.va
เว็บไซต์วิทยาลัยแสงธรรม
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรมแผนกพระคัมภีร์
logo_litugy
กระบวนการฟื้นฟูศิษย์พระคริสต์
www.popereport.com
DOWNLOAD BIBLE PROGRAM
วิถีชุมชนวัด BEC

น้ำดื่มมิสซิอองน์

น้ำดื่ม "มิสซิอองน์" ผลิตโดยศูนย์มิสซังคาทอลิกเขตราชบรี

น.อักแนส เกษตรอินทรีย์

อักแนสเกษตรอันทรีย์