เวลาที่นึกย้อนกลับไปถึงวันที่ได้เดินทางมาเรียนที่นี่ ดูเหมือนว่าเหตุการณ์เหล่านี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง แต่อันที่จริงแล้ว ผ่านมาถึง 3 ปี 3 เดือน จำได้ถึงความรู้สึกเมื่อรู้ตัวว่าจะถูกส่งมาเรียนวิชาพิธีกรรมที่สถาบันของคณะเบเนดิกตินในสังฆมณฑลปาดัว ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านนักบุญอันตนมาแพร่ธรรมและสิ้นใจที่นี่ มีความตื่นเต้นดีใจ ระคนกับความรู้สึกกลัวลึก ๆ ในใจ ตื่นเต้นดีใจ เพราะเป็นความใฝ่ฝันตั้งแต่สมัยเป็นเณรว่า อยากจะมาเรียนต่อที่ประเทศอิตาลี เพราะถือเป็นศูนย์กลางของพระศาสนจักรสากล ส่วนที่กลัวเพราะรู้ว่าวิชาพิธีกรรมเป็นวิชาที่ยาก แถมยังต้องเรียนภาษาอิตาเลียนและลาติน และโดยส่วนตัวไม่ได้ชอบวิชานี้เลย แต่ที่เลือกเรียนวิชานี้ เพราะเห็นว่าอาจจะเป็นประโยชน์สำหรับงานแพร่ธรรมในกัมพูชา เนื่องจากยังไม่มีใครจบมาด้านพิธีกรรมโดยตรง อีกสิ่งหนึ่งที่กังวลคือวัยที่กำลังจะเข้าเลขสี่ คงไม่ง่ายนักที่จะมาเรียนรู้ จดจำ และปรับตัวกับสิ่งใหม่ ๆ โดยเฉพาะภาษาและวัฒนธรรมของทางยุโรป ที่แตกต่างจากเอเชียโดยสิ้นเชิงแต่ด้วยความนบนอบจึงได้ตอบรับผู้ใหญ่ของคณะธรรมทูตไทย ซึ่งการมาเรียนครั้งนี้ผมได้รับการการสนับสนุนจากสังฆมณฑลราชบุรี พระสังฆราช บรรดาพี่น้องสงฆ์ และได้ทุนการศึกษาจากสังฆมณทลปาดัว โดยให้พักอยู่ที่วัดนักบุญยุสติน่า มอนเตกัลด้า โดยมีข้อตกลงกับทางสังฆมณฑลปาดัว โดยการเรียนถือเป็นหน้าที่หลัก และการช่วยงานอภิบาลของวัดถือเป็นหน้าที่รอง


    ผมเดินทางจากเมืองไทยมาถึงเวนิส ตอนสายของวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2015 พร้อมด้วยหิมะที่ตกในวันที่มาถึงพอดี เป็นการต้อนรับการมาถึงอย่างหนาวเหน็บมีคุณพ่อซิลวาโน เจ้าอาวาสวัย 72 ปี ขับรถมารับพร้อมกับป้ายชื่อผม คุณพ่อพูดได้หลายภาษา แต่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย!!! โชคดีมีเจ้าหน้าที่ศูนย์สังฆมณฑลที่พูดภาษาอังกฤษได้มาช่วยเป็นล่ามแปลภาษา ปรากฏว่าวัดที่ผมจะต้องใช้ชีวิตอยู่ตลอดการศึกษาที่นี่ไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษเลย ผมให้กำลังใจกับตัวเองว่างานนี้คงจะต้องพูดภาษาอิตาเลียนได้เร็วเป็นแน่ แต่ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ภาษาอิตาเลียน แม้จะไม่ยากเหมือนลาตินแต่ก็ยังยากมากสำหรับผม การเรียนภาษาเป็นไปแบบทุลักทุเล มีครูที่เกษียณแล้วมาช่วยสอนสัปดาห์ละสองวัน วันละ 2 ชั่วโมง และก่อนที่จะเปิดเรียนเดือนตุลาคม ผมได้ถูกส่งไปเรียนคอร์สภาษาแบบเข้มข้นที่เวโรน่าพร้อมกับบรรดาพระสงฆ์ นักบวช ที่เข้ามาเรียนในอิตาลีเป็นเวลา 2 เดือน คงไม่ต้องบอกนะครับว่าเวลาเปิดเทอมมา ภาษาอิตาเลียนของผมจะดีขนาดไหน!!!

    นอกจากภาษาอิตาเลียนที่เป็นยาขมแล้ว ยังมีภาษาลาตินที่เป็นยาขมกว่า ต้องเรียนในหลักสูตรอีกหนึ่งปีพร้อมกับวิชาพิธีกรรมด้านต่าง ๆ ความยากลำบากไม่ใช่แค่เรื่องของภาษาเท่านั้น ความยากของวิชาพิธีกรรมที่เรียนด้วย การปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่โดยเฉพาะอากาศที่หนาวเย็น แถมยังมีเรื่องของการเดินทางที่ต้องออกเดินทางจากวัดตั้งแต่ 7 โมงเช้า โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาวกับอุณหภูมิที่ติดลบ และต้องปั่นจักรยาน 5 ก.ม. ต่อรถเมล์ 45 นาทีและเดินอีกเกือบ 2 ก.ม. มีบางวันเวลาที่เหนื่อยและท้อแท้ ผมถามตัวเองว่าแล้วจะมาทนลำบากอยู่ทำไม ?   ชีวิตธรรมทูตที่เขมรยังไม่ลำบากขนาดนี้เลย บางวันเหนื่อยกับการเดินทางและการเรียนจนหมดแรงและกำลังใจ

    แต่แล้วผมก็ได้ยินเสียงของคุณพ่อท่านหนึ่งที่เตือนผมว่า “พ่อต้องคิดอยู่เสมอว่า การมาเรียนที่นี่เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเองแต่ทำเพื่อพระศาสนจักรที่เราจะกลับไปรับใช้ คำเตือนนี้เป็นเสมือนกำลังใจและคำตอบให้ผมว่าสิ่งที่กำลังทำนี้ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อรับใช้เพื่อนพี่น้อง

    มีอยู่ครั้งหนึ่งมีโอกาสเล่าให้พระคุณเจ้าปัญญาฟังถึงความยากลำบากของผม พระคุณเจ้าบอกว่า “ถ้าไม่ไหวก็กลับบ้านเรา” ได้ฟังอย่างนี้แล้วใจผมชื่นขึ้นมาทันทีและรู้เลยว่าจะยอมแพ้ง่าย ๆ ไม่ได้ จึงได้บอกกับพระคุณเจ้าว่าผมขอลองสู้อีกสักยกหนึ่ง

    สำหรับการเรียนในห้องเรียน ฟังรู้เรื่องแค่ 50-60 เปอร์เซนต์ผมต้องอาศัยขอเลคเชอร์ของเพื่อนชาวอิตาเลียนมานั่งแปลและอ่านทำความเข้าใจ และบันทึกเสียงของอาจารย์ทุกครั้งทุกวิชาเพื่อมาฟังซ้ำ ๆ นอกจากนี้ในวันที่ไม่มีเรียนจะต้องนั่งเรียนเอง ใน 1 วัน ใช้สูตร 3-3-3 คือ เช้าเรียน 3 ชั่วโมง บ่าย 3 และหลังอาหารค่ำอีก 3 ชั่วโมงยิ่งช่วงสอบไม่ต้องพูดถึง ท่องตำรากันจนจิตตกเลยก็ว่าได้ ไม่แน่ใจว่า นี่อาจเป็นการใช้โทษบาปที่ดีที่สุด เพราะยากลำบากเหลือเกิน ผมต้องเรียนทั้งหมด 29 วิชา ภายใน 2 ปี หมายถึงต้องสอบทั้งหมด 29 ครั้ง


    นอกจากการเรียนแล้วนักเรียนทุนยังมีหน้าที่ช่วยงานอภิบาลเสมือนเป็นปลัดคนหนึ่ง คือ ช่วยทำมิสซาวันธรรมดาและวันอาทิตย์ ฟังแก้บาป ส่งศีลและงานจิปาถะตามแต่เจ้าวัดจะมอบหมาย จำได้ว่า ปีแรกภาษาก็ยังไม่ดี (อันที่จริงผ่านมา 3 ปีแล้วก็ยังไม่ดีหรอกครับ) แต่ต้องทำมิสซาวันอาทิตย์ถึง 3 รอบเพราะมีวัดใกล้ ๆ ยังไม่มีพระสงฆ์มาประจำ ยิ่งช่วงงานเทศกาลไม่ว่าจะเป็นคริสต์มาสหรือปัสกา ต้องนั่งฟังแก้บาปถึงวันละ 7-8 ชั่วโมง รู้เลยว่าทำไมนักบุญยอห์น มารีย์ เวียนเน และ คุณพ่อปีโอถึงได้เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์

    ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ไม่ได้ต้องการบ่นถึงความยากลำบากให้ผู้อ่านเห็นใจผมนะครับ แต่อยากจะแบ่งปันให้เห็นความอัศจรรย์ในความรักของพระเจ้าที่มีต่อตัวผม ยิ่งลำบากพระเจ้ายิ่งอยู่ใกล้เรา ผมรู้และเข้าใจเลยว่าพระเจ้านั้นยิ่งใหญ่และทุกสิ่งเป็นไปได้สำหรับพระองค์ ที่ผ่านมาได้ก็เพราะความช่วยเหลือและความเมตตาจากพระองค์ทั้งสิ้น เพราะถ้าทำด้วยแรงของตัวเราเองแล้ว ป่านนี้คงกลับบ้านไปนานแล้ว สิ่งที่ผมได้รับจึงไม่ใช่แค่วิชาความรู้ที่มาศึกษาเท่านั้น แต่เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ได้มากกว่าวิชาการด้วยซ้ำ ได้ฝึกฝนความอดทนอย่างมาก ๆ รู้จักที่จะถ่อมตัวและขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น ที่สำคัญได้สวดภาวนาและมีความไว้ใจในพระมากขึ้น ความจริงผมยังอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเรียนกำลังเขียนวิทยานิพนธ์ ถ้าทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีปลายปีนี้ก็จะป้องกันวิทยานิพนธ์ ถือเป็นการสิ้นสุดการเรียน และจะได้กลับเมืองไทยอันเป็นที่รักสักที ขอคำภาวนาจากท่านผู้อ่านด้วยนะครับ และหวังว่าจะได้พบกันปลายปีนี้

(จากสารสังฆมณฑลราชบุรี ฉบับที่ 1 เดือนพฤษภาคม - เดือนสิงหาคม 2018 )

ข่าวสารและประชาสัมพันธ์

ข่าวสาร กิจกรรม และประชาสัมพันธ์จากสังฆมณฑลราชบุรี

 

          ค่ำวันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2026 เวลา 19.00 น. พระสังฆราชซิลวีโอ สิริพงษ์ จรัสศรี เป็นประธานในการภาวนาเทเซ่ (Taizé Prayer) โอกาสครบรอบ 96 ปี มิสซังราชบุรี MISSION SUI IURIS OF RAJABURI (1930–2026) เพื่อร่วมขอบพระคุณพระเจ้า และภาวนาเตรียมจิตใจสู่การเฉลิมฉลอง 100 ปี มิสซังราชบุรี ณ บ้านพระหฤทัย (SS. Cordis Jesu) จังหวัดสมุทรสงคราม

         วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2026 เวลา 10.00 น. พระสังฆราชซิลวีโอ สิริพงษ์  จรัสศรี เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณฉลองชุมชนแห่งความเชื่อวัดพระคริสตหฤทัย อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี

         วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2026 เวลา 10.00 น. พระสังฆราชซิลวีโอ สิริพงษ์  จรัสศรี เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณฉลองชุมชนแห่งความเชื่อวัดนักบุญอันตน ดอนมดตะนอย จ.ราชบุรี

          วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2026 เวลา 10.00 น. พระสังฆราชซิลวีโอ สิริพงษ์  จรัสศรี เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณฉลองชุมชนแห่งความเชื่อวัดพระเมตตา ไทรงาม อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี

         วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2026 เวลา 10.00 น. พระสังฆราชซิลวีโอ สิริพงษ์  จรัสศรี เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณฉลองชุมชนแห่งความเชื่อวัดแม่พระเป็นที่พึ่ง ท่าหว้า อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี

          วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2026 เวลา 10.00 น. พระสังฆราชซิลวีโอ สิริพงษ์  จรัสศรี เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณฉลองชุมชนแห่งความเชื่อวัดแม่พระฟาติมา ห้วยคลุม อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

สังฆมณฑลราชบุรี
ร่วมโมทนาคุณพระเจ้า
และแสดงความยินดีกับสังฆมณฑลเชียงใหม่
โอกาสที่สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 14
ทรงแต่งตั้ง
คุณพ่อเปโตร สุพจน์ ฤกษ์สุจริต
เป็นพระสังฆราชองค์ใหม่แห่งสังฆมณฑลเชียงใหม่
ประกาศ ณ วันที่ 7 พฤษภาคม ค.ศ. 2026

        วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2026 เวลา 12.15 น. พระสังฆราชซิลวีโอ สิริพงษ์ จรัสศรี นำภาวนาและประกอบพิธีอำลาคุณพ่ออีเรเนอุส ดำรง บุญรติวงศ์ จากนั้นจึงเคลื่อนร่างของคุณพ่อไปยังอาสนวิหาร

        เวลา 14.00 น. พระสังฆราชซิลวีโอ สิริพงษ์ จรัสศรี เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณปลงศพและบรรจุร่างของคุณพ่ออีเรเนอุส ดำรง บุญรติวงศ์ ที่สุสานคณะสงฆ์ ณ อาสนวิหารแม่พระบังเกิด บางนกแขวก จ.สมุทรสงคราม

        วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2026 เวลา 19.00 น. คุณพ่อวิโรจน์ เสียงไพเราะ เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณอุทิศแด่ คุณพ่ออีเรเนอุส ดำรง บุญรติวงศ์ ณ วัดนักบุญยอห์น บอสโก ราชบุรี หลังพิธี คุณพ่อประสิทธิ์  รุจิรัตน์ เป็นผู้แทนคณะสงฆ์กล่าวไว้อาลัยและกล่าวขอบคุณผู้มาร่วมงาน

         วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2026 เวลา 19.00 น. คุณพ่อเจษฎา บุญรติวงศ์ เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณอุทิศแด่ คุณพ่ออีเรเนอุส ดำรง บุญรติวงศ์ ณ วัดนักบุญยอห์น บอสโก ราชบุรี หลังพิธี คุณพ่อกฤษฎา ลิ้มเฉลิม เป็นผู้แทนคณะสงฆ์กล่าวไว้อาลัยและกล่าวขอบคุณผู้มาร่วมงาน

          วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน 2026 เวลา 10.30 น. คุณพ่อเสนอ ดำเนินสดวก อุปสังฆราช พร้อมด้วยคณะสงฆ์ ซิสเตอร์ บราเดอร์ ญาติพี่น้องและคณะครู ร่วมต้อนรับร่างของคุณพ่ออีเรเนอุส ดำรง บุญรติวงศ์ สู่วัดนักบุญยอห์น บอสโก ราชบุรี

สาส์น-ประกาศจากสภาพระสังฆราชฯ

ประกาศ / สาส์นอภิบาลสำนักพระสังฆราชฯ