นัยแห่งกฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 226 วรรค 1 คือ
      ก) การเป็นคุณพ่อและคุณแม่ด้วยรูปแบบของการสมรสคือการแสเรียก
      ข) จุดหมายของการสมรสประการหนึ่ง คือ เพื่อบังเกิดและอบรมเลี้ยงดูบุตร
      ค) ทั้งคุณพ่อคุณแม่ต้องยึดมั่นในคำสัญญาแห่งการสมรส คือการเป็นหนึ่งเดียวและหย่าร้างไม่ได้
             กฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 226 วรรค 2 กล่าวว่า “เนื่องจากบิดามารดาเป็นผู้ให้ชีวิตแก่บุตร พวกเขาจึงมีพันธะอันหนักยิ่งและมีสิทธิ์ในการอบรมเลี้ยงดูบุตร ดังนั้น พ่อแม่คริสตชนจึงต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษในการให้การศึกษาแบบคริสตชนแก่บุตรตามคำสอนที่พระศาสนจักรมอบให้”

 นัยแห่งกฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 226 วรรค 2 คือ
        ก) การสมรสตามกฎของธรรมชาติ กฎหมายบ้านเมืองและกฎหมายพระศาสนจักรก่อให้เกิดพันธะหรือข้อผูกมัดระหว่างชายกับหญิง
        ข) ผลจากพันธะ คือการอบรมเลี้ยงดูบุตรแบบคริสตชน ให้เขาได้รับการศึกษาในโรงเรียนคาทอลิกหรือการอบรมสั่งสอนเรื่องความเชื่อและศีลธรรมโดยคุณพ่อและคุณแม่และพระศาสนจักร

             ประมวลกฎหมายพระศาสนจักรที่เกี่ยวข้องกับฆราวาสผู้เป็นคุณพ่อหรือคุณแม่หรือคริสตชนที่ดำเนินชีวิตสมรสหรือคริสตชนที่ดำเนินชีวิตครอบครัว พวกเขามีหน้าที่ในการอภิบาลและแพร่ธรรมอะไร ? แพร่ธรรมกับใคร ? และอย่างไร ? เราจะศึกษาร่วมกันดังนี้

             5.1.1 กฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 774 วรรค 2 กล่าวว่า “บิดามารดามีหน้าที่มากกว่าผู้อื่นในการอบรมลูกของตนในความเชื่อและการปฏิบัติชีวิตคริสตชน ด้วยวาจาและแบบอย่าง ผู้ทำหน้าที่แทนบิดามารดาและพ่อแม่อุปถัมภ์มีหน้าที่รับผิดชอบเท่ากัน”
             5.1.2 กฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 793 วรรค 1 กล่าวว่า “บิดามารดารวมทั้งผู้ทำหน้าที่แทนพวกเขาด้วย มีพันธะและสิทธิให้การศึกษาอบรมแก่บุตรหลานของตน บิดามารดาคาทอลิกยังมีหน้าที่และสิทธิที่จะเลือกวิธีและสถาบันที่จะช่วยพวกเขา สามารถจัดให้บุตรหลานของตนได้รับการศึกษาแบบคาทอลิก ตามสภาพแวดล้อมได้อย่างดียิ่งขึ้น”
             5.1.3 กฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 793 วรรค 2 กล่าวว่า “บิดามารดายังมีสิทธิที่จะใช้ประโยชน์จากความช่วยเหลือที่รัฐต้องจัดให้ ซึ่งพวกเขามีความต้องการเพื่อจัดให้บุตรหลานได้รับการศึกษาแบบคาทอลิกด้วย”
             5.1.4 กฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 796 วรรค 1 กล่าวว่า “ในบรรดาเครื่องมือเพื่อให้การศึกษา คริสตชนพึงถือว่าโรงเรียนมีคุณค่าอย่างยิ่ง เหตุว่าโรงเรียนให้ความช่วยเหลือหลักแก่บิดามารดา ในการทำหน้าที่ให้การศึกษาแก่บุตรหลาน”
             5.1.5 กฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 796 วรรค 2 กล่าวว่า “บิดามารดาต้องร่วมมือใกล้ชิดกับครู โรงเรียน ซึ่งตนได้ฝากฝังบุตรหลานไว้ให้อบรม ส่วนบรรดาครู ในการปฏิบัติหน้าที่ของตนต้องทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับบิดามารดาและรับฟังบิดามารดาเหล่า นั้นด้วยความยินดี และให้จัดตั้งสมาคมหรือการพบปะสังสรรค์กับบรรดาผู้ปกรองนักเรียนและให้ถือว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง”
             5.1.6 กฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 797 กล่าวว่า “บิดามารดาต้องมีเสรีภาพอย่างแท้จริงในการเลือกโรงเรียน ด้วยเหตุนี้ คริสตชนมีหน้าที่ต้องเอาใจใส่ให้สังคม บ้านเมืองรับรู้เสรีภาพของบิดามารดาและต้องป้องกันเสรีภาพนี้ โดยการให้ความช่วยเหลือตามหลักการกระจายความเป็นธรรม”
              5.1.7 กฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 798 กล่าวว่า “บิดามารดาต้องฝากฝังบุตรหลานไว้กับโรงเรียนที่จัดให้มีการศึกษาแบบคาทอลิก ถ้าทำเช่นนั้นไม่ได้ บิดามารดามีหน้าที่ต้องเอาใจใส่ให้บุตรหลานได้รับการศึกษาแบบคาทอลิกอย่างเหมาะสมนอกโรงเรียน”
              5.1.8 กฎมายพระศาสนจักรมาตรา 835 วรรค 4 กล่าวว่า “บรรดา คริสตชนก็มีส่วนเฉพาะของตนในหน้าที่ทำให้ศักดิ์สิทธิ์โดยร่วมพิธีบูชามิสซาตามส่วนและวิธีการของตน บิดามารดามีส่วนในหน้าที่นี้ด้วย วิธีการเฉพาะของตน กล่าวคือ การเจริญชีวิตสมรสตาม     จิตตารมณ์คริสตชน และจัดให้บุตรได้รับการอบรมแบบคริสตชน”
             5.1.9 กฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 1136 กล่าวว่า “บิดามารดามีหน้าที่หนักที่สุดและมีสิทธิอันดับแรกที่จะให้การเลี้ยงดูบุตรของตนในด้านร่างกาย สังคม วัฒนธรรม ศีลธรรมและศาสนาอย่างสุดกำลัง”
             5.1.10 กฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 1154 กล่าวว่า “เมื่อจัดให้คู่ชีวิตแยกกันอยู่ ต้องจัดให้บุตรได้รับการเลี้ยงดูและการศึกษาอบรมอย่างเหมาะสมเสมอ”


5.2 คำสอนของสังคายนาวาติกันที่ 2 เกี่ยวกับฆราวาสผู้เป็นบิดามารดา

             5.2.1 พระสมณกฤษฎีกาว่าด้วยการแพร่ธรรมของฆราวาส(APOSTOLICAM  ACTUOSITATEM) ข้อ 11 กล่าวว่า “พระผู้สร้างทรงกำหนดให้การอยู่ร่วมกันของสามีภรรยาเป็นกำเนิดและรากฐานแห่งสังคมของมนุษย์และยังทำให้เป็นรหัสธรรมสำคัญถึงพระคริสตเจ้ากับพระศาสนจักร (อฟ 5:32)เพราะเหตุนี้การแพร่ธรรมของสามีภรรยาและของครอบครัวจึงมีความสำคัญอย่างเอกอุ ทั้งสำหรับพระศาสนจักรและทั้งสำหรับสังคมบ้านเมืองด้วย
                      สามีภรรยาคริสตชนเป็นผู้ร่วมมือกับพระหรรษทานและเป็นผู้ประกาศยืนยันความเชื่อสำหรับกันและกัน สำหรับลูกและสมาชิกอื่นๆในครอบครัวด้วย เขาเป็นสองคนแรกที่ถ่ายทอดความเชื่อถึงลูกและเป็นผู้อบรมลูก เป็นผู้ฝึกสอนลูกด้วยวาจาและแบบฉบับให้ถือชีวิตแบบคริสตชนและแพร่ธรรม เป็นผู้ช่วยลูกเลือกกระแสเรียกอย่างฉลาดรอบคอบ และเป็นผู้ส่งเสริมกระแสเรียกนักบวชอย่างสุดความสามารถ ถ้าเห็นว่าลูกมีกระแสเรียกนั้น
                       สามีภรรยาต้องแสดงและพิสูจน์ด้วยชีวิตทั้งชีวิตว่า สามีภรรยามีพันธะอันศักดิ์สิทธิ์และหย่าร้างกันไม่ได้ นี่เป็นหน้าที่ของสามีภรรยาเสมอ...”
             5.2.2 พระธรรมนูญว่าด้วยพระศาสนจักร (LUMEN  GENTIUM) ข้อ 11 ความว่า “ที่สุดสามีภรรยาคริสตังด้วยอำนาจศักดิ์สิทธิ์แห่งศีลสมรส ซึ่งเป็นเครื่องหมาย ทั้งมีส่วนร่วมในพระอดาธัตถ์เอกภาพและความรักอันผลิตผลระหว่างพระคริสตเจ้ากับพระศาสนจักร (อฟ 5:32) สามีภรรยาคริสตังในชีวิตสมรส เขาต่างช่วยเหลือกันและกัน ช่วยกันในการสืบเผ่าพันธุ์และอบรมเลี้ยงดูเชื้อชาติของตนไปสู่ความศักดิ์สิทธิ์”
               5.2.3 พระธรรมนูญว่าด้วยพระศาสนจักรในโลกปัจจุบัน (GAUDIUM ET SPES) ข้อ48 กล่าวว่า “การที่ชายหญิงสองคนร่วมชีวิตและรักกันอย่างสนิทนั้น เป็นสิ่งที่พระผู้สร้างทรงตั้งขึ้นและกำหนดให้มีกฎเกณฑ์ การนั้นเกิดขึ้นจากการที่สามีภรรยาสร้างพันธะสัญญาต่อกันหรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง เกิดขึ้นจากความสมัครใจของแต่ละฝ่ายซึ่งจะเพิกถอนไมได้ ดังนั้น จารีตประเพณีซึ่งบัญญัติของพระเป็นเจ้าก็รับรองนั้น แม้สังคมก็เห็นว่าเกิดจากการกระทำของมนุษย์ คือการที่สามีภรรยารับและมอบตัวให้เป็นกรรมสิทธิ์ของกันและกัน พันธะศักดิ์สิทธิ์อันเพื่อประโยชน์ของสามีภรรยาของลูกและของสังคม...”

 

5.3 คำสอนของพระสันตะปาปาเรื่องฆราวาสผู้เป็นบิดามารดา

                5.3.1 พระสมณสารเรื่องการประกาศพระวรสารในโลกปัจจุบันของสมเด็จพระ
สันตะปาปาปอลที่ 6 (EVANGELII   NUNTIANDI) ข้อ 71 กล่าวว่า “ในงานแพร่ธรรมของฆราวาส จำเป็นต้องเน้นถึงอิทธิพลของครอบครัวในการประกาศพระวรสารด้วย ในประวัติศาสตร์ยุคต่างๆ ครอบครัวเคยได้รับสมญานามอันไพเราะว่า “พระศาสนจักรในบ้าน”และสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 ว่าได้รับรองสมญานามนี้
                        ที่เรียกครอบครัวเป็น “พระศาสนจักรในบ้าน” เช่นนี้ หมายความว่า ครอบครัวคริสตชนทุกครอบครัวมีลักษณะต่างๆ ทุกอย่างของพระศาสนจักรทั้งพระศาสนจักร ด้วยเหตุนี้ ครอบครัวก็เช่นเดียวกันกับพระศาสนจักรควรเป็นสถานที่มีการสืบทอดพระวรสารต่อๆกันไป และจากสถานที่นี้พระวรสารจะส่องแสงแจ่มจรัสไปทั่วทุกแห่ง
                         ฉะนั้นในครอบครัวที่สำนึกถึงภาระหน้าที่ สมาชิกทุกคนจึงทำการประกาศพระวรสารและรับการประกาศพระวรสารด้วย บิดามารดามิใช่เพียงสอนพระ    วรสารให้เข้าใจอย่างดื่มด่ำในชีวิตของลูกเท่านั้น แต่ยังจะรับการสอนพระวรสารแก่ตัวพวกเขาเองด้วย ครอบครัวแบบนี้ทำตนเป็นผู้ประกาศพระวรสารไปถึงครอบครัวอื่นๆอีกมากมายและไปถึงแวดวงที่เขาอาศัยอยู่ด้วย
 แม้ครอบครัวที่เกิดจากการแต่งงานระหว่างชาวคาทอลิกกับคนถือศาสนาคริสต์นิกายอื่น ก็มีหน้าที่ต้องประกาศพระคริสตเจ้าแก่ลูกของตนด้วย เขายังมีหน้าที่อันหนักที่จะต้องสร้างความปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวให้เกิดขึ้นด้วย

                5.3.2 พระสมณสารของพระสันตะปาปายอห์น ปอลที่ 2 ว่าด้วยบทบาทของครอบครัว คริสตชนในโลกปัจจุบัน  (FAMILIARIS  CONSORTIO) ข้อ 28 กล่าวถึงบิดามารดาผู้ร่วมมือกับความรักของพระผู้สร้างความว่า “ด้วยการสร้างชายและหญิงตามพระฉายาลักษณ์และความคล้ายคลึงกับพระองค์นั้น พระเป็นเจ้าทรงทำให้ผลงานจากฝีพระหัตถ์ของพระองค์สำเร็จ และบรรลุถึงจุดหมายที่สมบูรณ์ พระองค์ทรงเรียกเขาให้มีส่วนร่วมเป็นพิเศษในความรักและฤทธานุภาพของพระองค์ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นพระผู้สร้างและเป็นพระบิดา โดยการที่ชายหญิงร่วมมือกับพระองค์ในการมอบพระคุณของชีวิตมนุษย์ให้สืบทอดต่อไปด้วย ใจอิสระและจิตสำนึกรับผิดชอบ “พระเป็นเจ้าอวยพรแก่เขา และตรัสว่าจงเจริญพันธุ์และเพิ่มทวีจำนวนคนขึ้น จงแพร่ทั่วแผ่นดินและยึดครองโลกไว้เถิด”

ข่าวสารและประชาสัมพันธ์

ข่าวสาร กิจกรรม และประชาสัมพันธ์จากสังฆมณฑลราชบุรี

 

          ค่ำวันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2026 เวลา 19.00 น. พระสังฆราชซิลวีโอ สิริพงษ์ จรัสศรี เป็นประธานในการภาวนาเทเซ่ (Taizé Prayer) โอกาสครบรอบ 96 ปี มิสซังราชบุรี MISSION SUI IURIS OF RAJABURI (1930–2026) เพื่อร่วมขอบพระคุณพระเจ้า และภาวนาเตรียมจิตใจสู่การเฉลิมฉลอง 100 ปี มิสซังราชบุรี ณ บ้านพระหฤทัย (SS. Cordis Jesu) จังหวัดสมุทรสงคราม

         วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2026 เวลา 10.00 น. พระสังฆราชซิลวีโอ สิริพงษ์  จรัสศรี เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณฉลองชุมชนแห่งความเชื่อวัดพระคริสตหฤทัย อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี

         วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2026 เวลา 10.00 น. พระสังฆราชซิลวีโอ สิริพงษ์  จรัสศรี เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณฉลองชุมชนแห่งความเชื่อวัดนักบุญอันตน ดอนมดตะนอย จ.ราชบุรี

          วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2026 เวลา 10.00 น. พระสังฆราชซิลวีโอ สิริพงษ์  จรัสศรี เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณฉลองชุมชนแห่งความเชื่อวัดพระเมตตา ไทรงาม อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี

         วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2026 เวลา 10.00 น. พระสังฆราชซิลวีโอ สิริพงษ์  จรัสศรี เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณฉลองชุมชนแห่งความเชื่อวัดแม่พระเป็นที่พึ่ง ท่าหว้า อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี

          วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2026 เวลา 10.00 น. พระสังฆราชซิลวีโอ สิริพงษ์  จรัสศรี เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณฉลองชุมชนแห่งความเชื่อวัดแม่พระฟาติมา ห้วยคลุม อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

สังฆมณฑลราชบุรี
ร่วมโมทนาคุณพระเจ้า
และแสดงความยินดีกับสังฆมณฑลเชียงใหม่
โอกาสที่สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 14
ทรงแต่งตั้ง
คุณพ่อเปโตร สุพจน์ ฤกษ์สุจริต
เป็นพระสังฆราชองค์ใหม่แห่งสังฆมณฑลเชียงใหม่
ประกาศ ณ วันที่ 7 พฤษภาคม ค.ศ. 2026

        วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2026 เวลา 12.15 น. พระสังฆราชซิลวีโอ สิริพงษ์ จรัสศรี นำภาวนาและประกอบพิธีอำลาคุณพ่ออีเรเนอุส ดำรง บุญรติวงศ์ จากนั้นจึงเคลื่อนร่างของคุณพ่อไปยังอาสนวิหาร

        เวลา 14.00 น. พระสังฆราชซิลวีโอ สิริพงษ์ จรัสศรี เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณปลงศพและบรรจุร่างของคุณพ่ออีเรเนอุส ดำรง บุญรติวงศ์ ที่สุสานคณะสงฆ์ ณ อาสนวิหารแม่พระบังเกิด บางนกแขวก จ.สมุทรสงคราม

        วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2026 เวลา 19.00 น. คุณพ่อวิโรจน์ เสียงไพเราะ เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณอุทิศแด่ คุณพ่ออีเรเนอุส ดำรง บุญรติวงศ์ ณ วัดนักบุญยอห์น บอสโก ราชบุรี หลังพิธี คุณพ่อประสิทธิ์  รุจิรัตน์ เป็นผู้แทนคณะสงฆ์กล่าวไว้อาลัยและกล่าวขอบคุณผู้มาร่วมงาน

         วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2026 เวลา 19.00 น. คุณพ่อเจษฎา บุญรติวงศ์ เป็นประธานในพิธีบูชาขอบพระคุณอุทิศแด่ คุณพ่ออีเรเนอุส ดำรง บุญรติวงศ์ ณ วัดนักบุญยอห์น บอสโก ราชบุรี หลังพิธี คุณพ่อกฤษฎา ลิ้มเฉลิม เป็นผู้แทนคณะสงฆ์กล่าวไว้อาลัยและกล่าวขอบคุณผู้มาร่วมงาน

          วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน 2026 เวลา 10.30 น. คุณพ่อเสนอ ดำเนินสดวก อุปสังฆราช พร้อมด้วยคณะสงฆ์ ซิสเตอร์ บราเดอร์ ญาติพี่น้องและคณะครู ร่วมต้อนรับร่างของคุณพ่ออีเรเนอุส ดำรง บุญรติวงศ์ สู่วัดนักบุญยอห์น บอสโก ราชบุรี

สาส์น-ประกาศจากสภาพระสังฆราชฯ

ประกาศ / สาส์นอภิบาลสำนักพระสังฆราชฯ